อีกหนึ่งข้อเสนอสำหรับให้นักเรียนคิดวิเคราะห์เป็น

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมานั้น ผมมีโอกาสได้เข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับพี่น้องเพื่อนครูโรงเรียนบ้านนาหวาย อ.เชียงดาว ในเรื่องการวัดและประเมินผลในชั้นเรียนครับ ในระหว่างที่บรรยายนั้น มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน น่าสนใจอย่างไรโปรดอ่านครับ อีกหนึ่งข้อเสนอสำหรับให้นักเรียนคิดวิเคราะห์เป็น

ทิศทางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา

มีโอกาสได้รับสิ่งพิมพ์จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเรื่อง “ทิศทางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา ปีงบประมาณ 2558 – 2560 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน” เมื่ออ่านเสร็จแล้ว ผมสรุปได้เลยว่าเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งกับพี่น้องเพื่อนครูทุกท่าน รายละเอียดเป็นดังนี้ครับ ทิศทางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา

การวิเคราะห์คะแนนจากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2557

รายงานการวิจัยเรื่อง การวิเคราะห์คะแนนจากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน  ปีการศึกษา 2557   ท่านผู้ใดสนใจสามารถ download เอกสารการวิจัยเพื่อไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้เลยครับ

ปก
กิตติกรรม
บทคัดย่อ
สารบัญ
ch 1
ch 2
ch 3
ch 4
ch 5
บรรณานุกรม
ภาคผนวก

การเปรียบเทียบผลการพัฒนา

รูปแบบการวิจัยในชั้นเรียนนั้น จริงๆมีหลายรูปแบบ เช่น แบบกลุ่มเดียวทดสอบหลังการทดลอง (One-Shot Case Study) แบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อน – หลังการทดลอง (One Group Pretest – Posttest Design) หรือแบบสุ่มแล้วแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง-กลุ่มควบคุม ทดสอบก่อน – หลังการทดลอง (Pretest – Posttest Control Group Design) แต่ เนื้อหาของบทความนี้อยู่ที่ประเภทหลังครับ รายละเอียดเป็นอย่างไรโปรดอ่าน การเปรียบเทียบผลการพัฒนา

การหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

ก่อนที่จะนำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไปใช้จริงๆนั้น ต้องมีการหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาษาวิจัยเรียกว่า try out โดยปกติมักจะหาค่ากันอยู่สามชนิด ได้แก่ ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) และค่าความเชื่อมั่น (KR 20) ซึ่งในปัจจุบันพี่น้องเพื่อนครูเราไม่จำเป็นต้องมานั่งคำนวณมือแล้ว เราสามารถใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการคำนวณได้ ทำให้ลดเวลาในการคำนวณ เพิ่มความถูกต้องในการคำนวณ และได้ผลเป็นที่ยอมรับจากบุคลากรหลายๆฝ่ายด้วยเช่นกัน แต่มีบางประเด็นที่ควรพิจารณาดังนี้ การหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

การเตรียมตัวสอบ O net

แวดวงการศึกษาของไทยเรานั้น คุ้นเคยกับการสอบ O net มาประมาณ 10 ปีแล้ว แต่เริ่มมาให้ความสำคัญก็เมื่อประมาณ 3 – 4 ปีที่ผ่านมานี่เอง เพราะผลการสอบ O net เข้ามาเป็นตัวบ่งชี้สำหรับการประเมินในลักษณะต่างๆ เช่น การประเมินของ สมศ. การประเมินเพื่อขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ และการประเมินอีกมากมายหลายอย่าง เป็นต้น ส่งผลให้โรงเรียนเกิดความตระหนักและให้ความสำคัญกับการสอบ O net มากขึ้นด้วยเช่นกันแต่มีประเด็นหนึ่งที่ผมสงสัยมานานแล้ว ว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องหรือไม่อย่างไร คือ เรื่องการวิเคราะห์คะแนนการสอบ O net ผมสงสัยอย่างไร โปรดอ่าน การเตรียมตัวสอบ O-net

การพัฒนาระบบการจัดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2557

รายงานการวิจัยเรื่อง การพัฒนาระบบการจัดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน   ปีการศึกษา 2557 ท่านผู้ใดสนใจสามารถ download เอกสารการวิจัยเพื่อไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้เลยครับ

1.ปก

2.กิตติกรรมประกาศ

3.บทคัดย่อ

4.สารบัญ

5.บทที่ 1

6.บทที่ 2

7.บทที่ 3

8.บทที่ 4

9.บทที่ 5

10.บรรณานุกรม

11.ภาคผนวก

การศึกษาสภาพการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3

รายงานการวิจัยเรื่อง การศึกษาสภาพการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 3 ท่านผู้ใดสนใจสามารถ download เอกสารการวิจัยเพื่อไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้เลยครับ

1.ปก

2.กิตติกรรมประกาศ

3.บทคัดย่อ

4.สารบัญ

5.บทที่ 1

6.บทที่ 2

7.บทที่ 3

8.บทที่ 4

9.บทที่ 5

10.บรรณานุกรม

11.ผนวก

การเขียนอภิปรายผลในบทที่ 5

ปกติในบทที่ 5 ของรายงานการวิจัยนั้นจะมีชื่อว่า “สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ” จากชื่อบทก็พอจะเดาๆได้ว่า เนื้อหาในบทที่ 5 ควรมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน แต่เพื่อความชัดเจนผมขอแบ่งเป็น 4 ส่วนดังรายละเอียดต่อไปนี้การเขียนอภิปรายผลในบบที่ 5

ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้รับโอกาสให้เป็นผู้เชี่ยวชาญสำหรับการตรวจสอบเครื่องมือประกอบการวิจัยของนักศึกษาระดับมหาบัณฑิต พบประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจเลยนำมาเขียนเป็นบทความอันนี้ครับ ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม