โครงการ การจัดกลุ่มแบบทดสอบ NT

โครงการ การจัดกลุ่มแบบทดสอบ NT จำแนกตามตัวชี้วัด และปีการศึกษา โดยความร่วมมือของสมาคมครูและบุคลากรทางการศึกษาอำเภอสะเมิง พี่น้องเพื่อนครูท่านใดสนใจสามารถเข้าไป download ได้ที่ NT Group

เอกสารจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เรื่อง คู่มือนักวิจัยแนวใหม่

เอกสารจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เรื่อง คู่มือนักวิจัยแนวใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถ download ได้ที่นี่ คู่มือนักวิจัยมือใหม่

เราไปสอบเรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้กันดีกว่า

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ผมได้รับมอบหมายจากกลุ่มนิเทศฯ ให้นำเสนอมุมมองด้านการวัดและประเมินผลในชั้นเรียนแก่ผู้บริหารโรงเรียนสังกัด สพป.ชม.เขต 2 จำนวน 150 คน ณ โรงแรมคุ้มภูคำ ตื่นเต้นพอสมควรครับ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ซึ่งเรื่องที่ผมนำเสนอนั้นมี 4 เรื่องใหญ่ ๆ คือ การนำผล O net ไปใช้ การวิเคราะห์คะแนนสอบ NT การให้ความรู้เรื่อง T score และการเชิญชวนให้พี่น้องเพื่อนครูเข้าร่วมทดสอบเรื่องการวัดและประเมินผลในชั้นเรียน หัวข้อสุดท้ายจึงเป็นที่มาของบทความฉบับนี้ รายละเอียดเป็นอย่างไร โปรดอ่านครับเราไปสอบเรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้กันดีกว่า 7 มิย 59

แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551

แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2557) แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ พิมพ์ครั้งที่ 4 ปี 2557

การศึกษาผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบ ที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน ปีการศึกษา 2558

งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน ปีการศึกษา 2558 และเพื่อศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการระดับสนามสอบที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน ปีการศึกษา 2558 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ คณะกรรมการระดับสนามสอบที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน ปีการศึกษา 2558 จำนวน 246 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ แบบสอบถามผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบที่ที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียนปีการศึกษา 2558 มีลักษณะแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) จำนวน 20 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปและสถิติที่ใช้ ได้แก่ 1. หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบสอบถามผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ดัชนีความสอดคล้องของความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 2. หาความเชื่อมั่นของแบบสอบถามผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน ด้วยวิธีการหาความคงที่ภายในจากสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค และ 3. ศึกษาระดับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้
1. ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน ระยะก่อนการสอบ ในภาพรวมมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีระดับการปฏิบัติงานสูงสุด 3 ลำดับแรก เรียงจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ โรงเรียนที่เป็นสนามสอบได้จัดห้องสอบเป็นไปตามระเบียบของสำนักทดสอบทางการศึกษา , โรงเรียนได้ดำเนินการกรอกข้อมูลนักเรียนเป็นไปตามปฏิทินของสำนักทดสอบทางการศึกษา และเขตพื้นที่ได้ประชาสัมพันธ์เรื่องการสอบ NT ให้กับโรงเรียนและนักเรียนได้รับทราบ
2. ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน ระยะระหว่างการสอบ ในภาพรวมมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีระดับการปฏิบัติงานสูงสุด 3 ลำดับแรก เรียงจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ การสอบ NT มีความเรียบร้อย โปร่งใส และยุติธรรม , การแจกแบบทดสอบและกระดาษคำตอบเป็นไปตามระเบียบของสำนักทดสอบทางการศึกษา และกรรมการระดับสนามสอบทุกตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบของสำนักทดสอบทางการศึกษา
3. ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน ระยะหลังการสอบ ในภาพรวมมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีระดับการปฏิบัติงานสูงสุด 3 ลำดับแรก เรียงจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ ความเรียบร้อยในขั้นตอนการส่งกระดาษคำตอบจากกรรมการคุมสอบให้กับหัวหน้าสนามสอบ , การตรวจสอบความถูกต้องของการระบายคำตอบลงในกระดาษคำตอบ และความถูกต้องในการกรอกข้อมูลต่างๆลงในเอกสารประกอบการสอบ
4. ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระดับสนามสอบที่มีต่อการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน ในภาพรวมมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายระยะ พบว่า ระยะที่มีระดับการปฏิบัติงานสูงสุด 3 ลำดับแรก เรียงจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ ระยะหลังการสอบ ระยะระหว่างการสอบ และระยะก่อนการสอบ
5. ผลการศึกษาสภาพปัญหาตามความคิดเห็นของคณะกรรมการระดับสนามสอบ พบว่า คณะกรรมการได้เสนอปัญหาในเรื่องของจำนวนห้องสอบ , กระดาษคำตอบ และจำนวนนักเรียนต่อห้องสอบ
6. ผลการศึกษาข้อเสนอแนะตามความคิดเห็นของคณะกรรมการระดับสนามสอบ พบว่า คณะกรรมการได้เสนอข้อเสนอแนะในเรื่องของการสอนเพื่อให้นักเรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ และควรมีค่าตอบแทนของกรรมการระดับสนามสอบ

การศึกษาสภาพการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

บทคัดย่อ

ในการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 เพื่อศึกษาปัญหาการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 เพื่อศึกษาความต้องการในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 และเพื่อศึกษาข้อเสนอแนะในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ปีการศึกษา 2558 รวมทั้งสิ้นจำนวน 133 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามจำนวน 5 ตอน ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบสำรวจรายการและลักษณะแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .9579  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า

1.ผลการศึกษาสภาพการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ พบว่า ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ส่วนใหญ่ได้ทำวิจัยในชั้นเรียนแบบแผ่นเดียว หรือคิดเป็นร้อยละ 82.00 และครูที่ทำวิจัยในชั้นเรียนแบบแผ่นเดียวส่วนใหญ่ใช้เวลาในการทำ 1 เดือน หรือคิดเป็นร้อยละ 26.00 และใช้นักเรียนจำนวน 1 – 10 คน ในการทำวิจัย หรือ คิดเป็นร้อยละ 48.00

นอกจากนั้นครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ได้ทำวิจัยในชั้นเรียนแบบ 5 บท คิดเป็น ร้อยละ 42.00 และครูที่ทำวิจัยในชั้นเรียนแบบ 5 บท ส่วนใหญ่ใช้เวลาในการทำมากกว่า 3 เดือน หรือคิดเป็นร้อยละ 28.00 และใช้นักเรียนจำนวนมากกว่า 25 คน ในการทำวิจัย หรือ คิดเป็นร้อยละ 10.00

ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ส่วนใหญ่ทำวิจัยในชั้นเรียน สาเหตุเนื่องมาจากการสำรวจปัญหาในการเรียนการสอน เกิดแรงจูงใจในการทำวิจัยในชั้นเรียน และการทำตามตัวอย่างของผู้อื่น

ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ส่วนใหญ่ทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อมุ่งเน้นแก้ปัญหา/พัฒนาในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน  กระบวนการเรียนการสอน/เทคนิคการสอน และการสร้างสื่อการเรียนการสอน

ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากการทำวิจัยในชั้นเรียน ในเรื่องของการปรับปรุงการเรียนการสอน  การประกอบการเลื่อนวิทยฐานะ และการสร้างองค์ความรู้ในทางวิชาการ

ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ส่วนใหญ่มีบุคลากรที่เป็นที่ปรึกษาการทำวิจัยในชั้นเรียน ได้แก่ ผู้บริหาร เพื่อนครูที่มีความรู้ความสามารถ และศึกษานิเทศก์

2.ผลการศึกษาสภาพปัญหาจากการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะในภาพรวม พบว่า มีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง และด้านที่มีปัญหามากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ด้านงบประมาณ ด้านกระบวนการทำวิจัยในชั้นเรียน และด้านวัสดุ อุปกรณ์ และแหล่งข้อมูล

3.ผลการศึกษาความต้องการในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ พบว่า ด้านที่มีความต้องการมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ด้านกระบวนการ ด้านบุคลากร และด้านงบประมาณ

4.ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ในเรื่องของการทำวิจัยในชั้นเรียน เรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ควรมีการจัดอบรมวิจัยในชั้นเรียนและมีการติดตามผลการอบรม , ควรมีทุนอุดหนุนการทำวิจัยให้กับครู , ควรมีศูนย์วิจัยเพื่อช่วยเหลือการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู และควรมีเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการวิจัยในชั้นเรียนระหว่างเพื่อนครูต่างโรงเรียน

การพัฒนาระบบการจัดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2557

รายงานการวิจัยเรื่อง การพัฒนาระบบการจัดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน   ปีการศึกษา 2557 ท่านผู้ใดสนใจสามารถ download เอกสารการวิจัยเพื่อไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้เลยครับ

1.ปก

2.กิตติกรรมประกาศ

3.บทคัดย่อ

4.สารบัญ

5.บทที่ 1

6.บทที่ 2

7.บทที่ 3

8.บทที่ 4

9.บทที่ 5

10.บรรณานุกรม

11.ภาคผนวก